สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตยะลา

sp


ประวัติความเป็นมา

สถาบันการพลศึกษา วิยาเขตยะลา เดิมชื่อว่า วิทยาลัยพลศึกษา เป็นวิทยาลัยพลศึกษาแห่งแรกของจังหวัดภาคใต้และเปิดเป็นแห่งที่ ๓ ในจำนวนวิทยาลัยพลศึกษาทั่วประเทศ ๑๗ แห่งโดยสังกัดกรมพลศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ได้รับอนุมัติให้เปิดทำการสอนในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ โดยมีนายจำรัส ศรีธัญพงศ์ เป็นผู้อำนวยการ การเปิดทำการสอนครั้งแรกนั้นทางวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดยะลายังไม่มีอาคารเรียนได้ใช้หอพักของวิทยาลัยครูยะลาเป็นสถานที่เรียน จนกระทั่งวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ จึงย้ายจากวิทยาลัยครูยะลาไปยังอาคารซึ่งสร้างใหม่ ตั้งอยู่ที่สนามกีฬาจังหวัดยะลา เลขที่ ๑๒๙ ถนนผังเมือง ๓ ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ในที่ดินราชพัสดุ เลขที่ ๑๑๑๗๔ เนื้อที่ ๔๓ ไร่ ๑ งาน ๔๘ ตารางวา และมีพัฒนาการในการจัดการเรียนการสอน ดังนี้ พ.ศ. ๒๕๑๘ เปิดสอนหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) วิชาเอกพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๒๐ เปิดสอนหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) วิชาเอกสุขศึกษา พ.ศ. ๒๕๒๓ เปิดเป็นโครงการร่วมผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีกับวิทยาลัยครูยะลา พ.ศ. ๒๕๒๕ เปิดเป็นโครงการร่วมผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒสงขลา พ.ศ. ๒๕๓๒ เปิดโครงการสมทบทางวิชาการ ผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีกับวิทยาลัยครูยะลา เปิดโปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (การดูแลเด็กเล็กและผู้สูงอายุ) พ.ศ. ๒๕๓๓ เปิดเพิ่มโปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา (การฝึกและการจัดการกีฬา) โดยความเห็นชอบของสภา


การฝึกหัดครู นอกจากนี้ยังปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการบริการสังคม ทางด้านพลศึกษา สุขศึกษาและนันทนาการใน พ.ศ. ๒๕๓๗ กระทรวงศึกษาธิการได้เสนอโครงการจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนต่อคณะรัฐมนตรีและได้รับความเห็นชอบจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนกรมพลศึกษาจึงได้ตั้งวิทยาลัยชุมชนขึ้นในวิทยาลัยพลศึกษาทุกแห่งโดยวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดยะลา ได้เปิดวิทยาลัยชุมชนใต้สุดสยาม เพื่อดำเนินการสอนตามหลักสูตรวิทยาลัยชุมชนทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
พ.ศ. ๒๕๓๘ เปิดวิทยาลัยชุมชนใต้สุดสยาม ในวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดยะลา เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาคอมพิวเตอร์ สาขาวิชาการตลาด สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการบัญชี และสาขาการบริหารทรัพยากรมนุษย์พ.ศ. ๒๕๔๑ เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรี ในโครงการสมทบกับสถาบันราชภัฏยะลาในโปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพและโปรแกรมวิทยาศาสตร์การกีฬาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิด "อาคารเฉลิมพระ-เกียรติฯ ๖ รอบ พระชนมพรรษา" ณ วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๔๖ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นอาคารเอนกประสงค์ที่สามารถอำนวยประโยชน์ในด้านการเรียนการสอนได้อย่างครบถ้วน ทั้งทางด้านการพัฒนาเทคโนโลยี การศึกษา เช่น ศูนย์คอมพิวเตอร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ห้องเรียน Two-Way ศูนย์สร้างเสริมสุขภาพและกีฬา เพื่อให้บริการทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพให้แก่ประชาชนทั่วไปในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ กรมพลศึกษาได้เสนอโครงการความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อเปิดสอนหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา โดยรับนักศึกษาระดับ ป.กศ.สูง วิชาเอกพลศึกษาและสุขศึกษา เข้าศึกษาต่ออีก ๒ ปี วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดยะลาเป็น ๑ ใน ๖ วิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งประกอบด้วย วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ วิทยาลัพพลศึกษาจังหวัดอุดรธานี วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดชัยภูมิวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดชลบุรีและวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดลำปาง ในปีการศึกษา ๒๕๔๗ คงเหลือ ๓ วิทยาลัยคือวิทยาลัพพลศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดชัยภูมิและวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดยะลา ที่ยังดำเนินโครงการความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยรามคำแหงมีนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วตั้งแต่ปีการศึกษา
๒๕๑๗ - ๒๕๔๘ จำนวน ๑๑,๙๐๘ คน

พ.ศ. ๒๕๔๕ สถานศึกษาในสังกัดกรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้โอนมาสังกัด กระทรวงการท่องเที่ยวและ
กีฬา เป็นส่วนราชการในสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ จากนั้นได้มีการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา และได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตราพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ ประกาศราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๕ กุทภาพันธ์ ๒๕๔๘เป็นต้นมา

ปัจจุบันสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตยะลา เป็นสถาบันการศึกษาระดับปริญญาตรีที่เป็นนิติบุคคลในกระทรวง
การท่องเที่ยวและกีฬา มีสถาบันการพลศึกษา ๑๗ แห่ง เป็นวิทยาเขตของแต่ละสถาบันและมีโรงเรียนกีฬา ๑๑ แห่ง
เป็นส่วนราชการ ที่เรียกชื่ออย่างอ่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะบริหารงานบุคคลภายใต้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราช-
การครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ เริ่มการเรียนการสอนตามหลักสูตรสถาบันการพลศึกษา ตั้งแต่
ปีการศึกษา ๒๕๔๘ เป็นต้นไป ภายใต้การบริหารงานของสถาบัน